คลอป์ป ไม่พอใจ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ให้สัมภาษณ์กดดันเรื่องสัญญา

หลังจากที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นักเตะคนดังของหงส์แดงลิเวอร์พูล ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อเกี่ยวกับสัญญาใหม่ของเขาว่ายังไม่เรียบร้อยแต่อยู่ในขั้นตอนที่กำลังเจรจา และข้อเสนอของเขาที่ยื่นให้กับทางสโมสรนั้น ไม่ได้มากมายอะไรเกินกว่าที่สโมสรจะให้ได้ ซึ่งเจอร์เก้น คลอป์ป ก็ได้ให้สัมภาษณ์ในกรณีนี้ในช่วงของการแถลงข่าวก่อนเกมคาราบาวคัพ ซึ่งครอบระบุว่าเขาไม่มีความคิดเห็นอะไรมากนัก กับกรณีที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อในลักษณะนั้น เพราะทุกอย่างมันอยู่ในขั้นตอนและอยู่ในทิศทางที่ดีเราต้องมีการพูดคุยกัน และเอเย่นต์ของนักเตะก็น่าจะรู้ธรรมเนียมดี ว่าเราจะต้องพูดคุยอะไรกันบ้างและทุกครั้งที่มีการพูดคุยกันมันก็เป็นไปในทิศทางที่ดีเสมอ อีกไม่นานเราก็คงจะได้บทสรุปเรื่องนี้

คลอป์ป ไม่พอใจ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ให้สัมภาษณ์กดดันเรื่องสัญญา

ซึ่งบรรดานักวิเคราะห์ฟุตบอลมองว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ โยนความกดดันทั้งหมด กลับมาที่สโมสรและกับข้อเสนอที่เขาพูดว่าไม่ได้เรียกร้องอะไรมากมาย เกินกว่าที่สโมสรจะให้ได้นั้น ทำให้หลายคนตีความไปในทิศทางเดียวกันว่า ลิเวอร์พูลยังไม่ตกลงกับเงื่อนไขในเรื่องของค่าเหนื่อย ที่ต้องเพิ่มขึ้นในการต่อสัญญาและอาจจะรวมถึงออปชั่นเสริมอื่น ๆ ซึ่งมีแหล่งข่าวระบุว่าเขาเรียกค่าเหนื่อยถึง 400,000ปอนด์ต่อสัปดาห์หรือบางแหล่งข่าวก็ระบุว่าอาจจะมากกว่านั้น ซึ่งบรรดากูรูฟุตบอลมองว่า ลิเวอร์พูล มีเพดานค่าเหนื่อยนักเตะที่เฉลี่ยแล้วนักเตะแต่ละตำแหน่งค่าเหนื่อยจะไม่ต่างกันมาก เพราะมันหมายถึงเสถียรภาพความสามัคคีของนักเตะภายในทีมด้วย ซึ่งลิเวอร์พูลก็ยึดแนวทางนี้มาโดยตลอด

คลอป์ป ไม่พอใจ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ให้สัมภาษณ์กดดันเรื่องสัญญา

และการที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ออกมาพูดในลักษณะนี้ทำให้แฟนบอลเข้าใจว่า สโมสรไม่อยากที่จะจ่ายเงินค่าเหนื่อยเพิ่มขึ้นให้กับเขา แต่ถ้ามองในมุมของสโมสร การที่นักเตะคนใดคนหนึ่ง มีค่าตัวสูงและทิ้งห่างกับนักเตะคนอื่นจนเกินไป ก็อาจจะทำนักเตะคนอื่นต้องการค่าเหนื่อยที่สูงขึ้นตาม และมันทำให้เกิดข้อกังขาภายในทีมได้ เพราะทุกคนทุ่มเทเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์เหมือนกัน ลงสนามในจำนวนเกมที่ใกล้เคียงกัน แต่ได้ค่าเหนื่อยไม่เท่ากัน มันทำให้เกิดปัญหาระหว่างกลุ่มนักเตะได้ และหงส์แดงเน้นเรื่องความสามัคคี ไม่เคยให้มีปัญหาช่องว่างค่าตัวเกิดขึ้นตลอดระยะเวลาที่ก่อตั้งสโมสรมา ซึ่งมีหลายทีมแทบจะทุกลีกที่มีปัญหาในเรื่องนักเตะบางรายได้ค่าเหนื่อยสูงมากกว่าคนอื่น แต่ผลงานระดับฝีเท้าไม่ได้เหนือกว่ากันมาก ก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว  ดังนั้นการที่สโมสรลิเวอร์พูลต้องคิดหนักเพื่อป้องกันปัญหาต่าง ๆ ในทีมและคงจะดูในเรื่องของความเหมาะสม ไม่ต้องการให้เกิดช่องว่างของค่าเหนื่อยที่
ห่างกันเกินไปด้วย